เมื่อพูดถึงนักเรียนเก่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน และไม่ลืมที่จะกลับมาตอบแทนโรงเรียนอีกหนึ่งท่านในวันนี้ ก็คงต้องเป็น “พี่ตุ๊ – ทรงพล พรหมลิภณกุล” นักเรียนเก่ารุ่นที่ 12 ของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่เป็นหนึ่งในบุคคลตัวอย่างที่สะท้อนหัวใจของลูกบดินทรได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา

และยังเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ พี่ตุ๊กลับมาทำหน้าที่สำคัญเพื่อพัฒนาโรงเรียนที่เขารัก ด้วยแนวคิดทันสมัย โปร่งใส และเต็มเปี่ยมด้วยจิตอาสา
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะพาเราย้อนรำลึกถึงชีวิตในรั้วบดินทรฯ และมองเห็นหัวใจของผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของโรงเรียนไปข้างหน้า

รบกวนพี่แนะนำตัวอย่างเป็นทางการหน่อยครับ
สวัสดีครับ ผมชื่อ ทรงพล พรหมลิภณกุล หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่า “พี่ตุ๊” เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนบดินทรเดชา รุ่นที่ 12 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนบดินทรเดชา และประกอบธุรกิจส่วนตัวในฐานะประธานกรรมการบริษัทด้านโลจิสติกส์ ได้แก่ บริษัท World United Logistics, บริษัท Cargoport (Thailand) และบริษัท WUL Express
ทั้งสามบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งแบบครบวงจร ทั้งทางอากาศ (Air Cargo), ทางทะเล (Sea Freight), ทางรถยนต์ และระบบราง รวมถึงบริการศุลกากรและชิปปิ้ง โดยมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ

ทำไมถึงเลือกเรียนที่บดินทรเดชาครับ
จุดเริ่มต้นของการเป็น “ลูกบดินทร” ของผมนั้น เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 ตอนนั้นผมเข้ามาเรียนในระดับชั้น ม.4 โดยมีแรงบันดาลใจมาจากน้องชายที่กำลังศึกษาอยู่ที่นี่ในรุ่นที่ 14
ในเวลานั้นครอบครัวย้ายมาอยู่แถวลาดพร้าว โรงเรียนบดินทรเดชาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งในด้านทำเลและชื่อเสียง และเมื่อได้รู้จักสภาพแวดล้อมของโรงเรียนจริง ๆ ก็พบว่านี่คือ “ที่ของเรา” อย่างแท้จริง

อยากให้เล่าความทรงจำที่ประทับใจสมัยเรียน
ผมมีความทรงจำมากมายในรั้วบดินทรฯ ที่ยังคงอยู่ในใจผมจนถึงวันนี้ โดยเฉพาะบรรยากาศของมิตรภาพ ความสนุกสนาน และกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อน ๆ
ผมเป็นคนชอบเล่นกีฬา เป็นกัปตันทีมฟุตบอล เป็นหัวหน้าห้อง และยังเคยเป็น ประธานจัดทำหนังสือรุ่นของรุ่นที่ 12 ด้วย
จำได้เลยว่าคอนเซ็ปต์ในการทำหนังสือรุ่นตอนนั้น เราเลือกใช้สัญลักษณ์ดอก “นิลุบล” ซึ่งสะท้อนความงดงามและความเข้มแข็งของลูกบดินทร
ในช่วงจัดทำหนังสือรุ่น พวกเราต้องมานอนค้างที่โรงเรียนหลายคืน ทำงานกันทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้เสร็จตามเวลา

หนึ่งในความทรงจำที่ลืมไม่ลง คือคืนหนึ่งที่ผมกับเพื่อน ๆ ไม่ยอมนอนกันก็ออกไปเดินเล่นรอบโรงเรียนตอนดึก ขณะเดินเล่นรอบโรงเรียน เราเห็นเหมือนอาจารย์ชูศักดิ์ ซึ่งเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองยืนอยู่กับเด็กคนนึงอยู่ในบริเวณโรงฝึกงานหลังโรงเรียน ตอนนั้นเป็นเวลาตีหนึ่งก็ตั้งใจจะเข้าไปไหว้ไปสวัสดีอาจารย์ แต่พอหันไปอีกที ก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็รีบวิ่งกลับเข้ามาห้องพยาบาลที่เป็นที่นอนของพวกเราในคืนนั้น เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ก็เล่าว่าได้เห็นผู้หญิง เห็นเด็กอยู่ตรงนั้นตรงนี้ จนอาจารย์ที่ดูแลเรื่องการทำหนังสือต้องไล่ให้รีบปิดไฟนอนทันที
และเมื่อไปเล่าให้อาจารย์ชูศักดิ์ฟังในเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ยืนยันว่าไม่มีใครออกมาเดินแบบนั้นจริง ๆ และอาจารย์ก็พาไปกราบท่านเจ้าพระยา เพื่อขอโทษเรื่องความซน และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
แม้มันจะเป็นเรื่องที่น่าขนลุกในเวลานั้น แต่ทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไป ผมกลับรู้สึกอบอุ่น เพราะมันสะท้อนความใกล้ชิดของพวกเราทุกคน ทั้งเพื่อนและคุณครู เป็นความทรงจำที่ยืนยันว่าเราคือครอบครัวเดียวกันจริง ๆ

อะไรคือสิ่งที่ได้รับจากการเรียนที่บดินทรเดชาครับ
สิ่งที่ผมได้รับจากโรงเรียนแห่งนี้ คือ “มิตรภาพที่แท้จริง” และ “จิตวิญญาณของลูกบดินทร” ที่ซึมซับเข้าไปในตัวเราโดยไม่รู้ตัว ทั้งคำสั่งสอนจากคุณครูที่เราเคารพรัก ความผูกพันกับเพื่อนร่วมรุ่น ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญในการใช้ชีวิตหลังจากจบการศึกษา
เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน ผมจึงเข้าใจชัดเจนว่า “มิตรภาพ” แบบในวัยเรียน ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ อีกแล้ว ความตรงไปตรงมา ความจริงใจ และการไม่มีฟอร์มซึ่งกันและกัน เป็นคุณค่าที่เราพกติดตัวจากโรงเรียนออกมา
ผมเชื่อว่าความสำเร็จของเพื่อน ๆ หลายคนในรุ่น ล้วนมีรากฐานจากที่นี่ และมันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว
อยากให้พี่ฝากอะไรถึงน้อง ๆ รุ่นปัจจุบันครับ
ในบริบทของสังคมและโลกการศึกษาปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ว่าจะเรื่องเทคโนโลยี เศรษฐกิจ หรือวิธีคิด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากถึงน้อง ๆ คือ “การเรียนรู้ที่จะฟัง และการเคารพความคิดของผู้อื่น”
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเจนไหน – Baby Boomer, Gen X, Y, Z หรือ Alpha – หากเราเปิดใจรับฟังกันและกัน เราจะสามารถรวมพลังของแต่ละรุ่น เพื่อพัฒนาไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่รวมถึงสังคมและประเทศชาติด้วย
น้อง ๆ วันนี้เก่งและมีโอกาสมากมาย ด้วยสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ขอให้ใช้โอกาสนั้นอย่างเต็มที่ และอย่าลืมรากเหง้าแห่งความเป็นลูกบดินทรของเรา ที่หล่อหลอมให้เรามีคุณธรรม ความรับผิดชอบ และจิตสาธารณะ

มุมมองในฐานะนายกสมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา
ในบทบาทของนายกสมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา ผมมีเป้าหมายสำคัญคือการ “ตอบแทนโรงเรียน” ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิต
ผมทำงานด้าน CSR มายาวนาน ทั้งในเรื่องการสนับสนุนโรงเรียนยากจน และการพัฒนาวัดต่าง ๆ และเมื่อมีโอกาสร่วมงานกับสมาคมอย่างเป็นทางการ ต้องขอขอบคุณ คุณครรชิต ตู้มณีจินดา เลขาธิการสมาคมฯ และอดีตนายกฯ พี่ วรวิทย์ หงวนศิริ ที่ให้เกียรติและไว้ใจเลือกผมขึ้นมาทำหน้าที่นี้
แนวทางการทำงานของผมคือ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทันสมัย และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโรงเรียนในทุกมิติ

โครงการสำคัญที่เรากำลังดำเนินการ เช่น
– โครงการปรับปรุงห้องน้ำภายในโรงเรียน ซึ่งไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 20 ปี
– กองทุนช่วยเหลือครู สำหรับคุณครูที่มีภาระจำเป็น
– กองทุนสนับสนุนนักเรียนที่ขาดแคลน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ
นอกจากนี้เรายังมีการจัดกิจกรรมหารายได้ เช่น คอนเสิร์ตการกุศลในเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการระดมทุนเพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ
ผมขอเชิญชวนพี่น้องนักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน ผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน มาร่วมมือร่วมใจกันสนับสนุนให้โรงเรียนของเรา ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ
https://www.youtube.com/watch?v=l5-X6S3Wk8I
