ในอดีตถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ในวงการประกวดวงโยธวาทิตของไทยก็คงหนีไม่พ้นวง “บดินทรมาร์ชิ่งแบนด์” ของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่สามารถไปคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมายหลายสมัย
แต่ต่อมาเมื่อเวลาเปลี่ยน…ชื่อเสียงของบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์ก็ค่อย ๆ เงียบหายไปด้วยหลาย ๆ ปัจจัย จนมีวงจากโรงเรียนอื่น ๆ ขึ้นมาแทนที่

จนกระทั่งเมื่อประมาณปี 2565 หลังจากที่อาจารย์ ”ธนาพิพัฒน์ สิงห์เฉลิม“ นักเรียนเก่าบดินทรเดชารุ่น 32 ได้ย้ายเข้ามาสอนดนตรีที่โรงเรียนบดินทร ก็ได้ชักชวนลูกศิษย์มาด้วย 1 คน
ซึ่งลูกศิษย์ของอาจารย์ผู้นี้เองคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบดินทรมาร์ชิ่งแบนด์ในปัจจุบัน
วันนี้ dekbodin.com ได้ชวนเขามาพูดคุย ทำความรู้จัก และเล่าว่าทำอย่างไรวงบดินทรมาร์ชิ่งแบนด์ถึงเตรียมตัวกลับมายืนอยู่แถวหน้าของวงการอีกครั้ง

สวัสดีครับรบกวนแนะนำตัวเองหน่อยครับ
ผมชื่อ นายดุษฎี แปลงศรี หรือ โอ๊ต อายุ 25 ปี จบจากโรงเรียนวัดบึงทองหลางครับ
ตอนเรียนมัธยมผมเป็นคนที่ชอบดนตรีมาก ได้เข้าร่วมในวงโยธวาทิตของโรงเรียน และพอจบม. 6 ผมก็ได้ไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรีสายดนตรีโดยตรงที่ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

มาคุมวง “บดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์” ได้อย่างไรครับ
เมื่อสมัยเรียนมัธยมผมเป็นลูกศิษย์อาจารย์ ”ธนาพิพัฒน์ สิงห์เฉลิม“ ซึ่งเป็นนักเรียนเก่าบดินทร ณ เวลานั้นอาจารย์ได้ไปรับราชการที่โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง
อาจารย์เห็นว่าผมชอบดนตรี ก็เลยแนะนำสิ่งต่าง ๆ มากมายให้ผม และเสนอไอเดียให้เรียนครุศาสตร์เอกดนตรี ซึ่งผมก็เรียนตาม จนผมเรียนจบที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ด้วยความสนใจในเรื่องของวงโยธวาทิต และได้มีโอกาสรู้จักคนเก่ง ๆ ในวงการอีกมากมาย ทำให้ผมได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ ช่วยงานเพื่อน ๆ พี่ ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติม
จนทำให้รู้ว่าการสร้างวงโยธวาทิตขึ้นมาสักวงนึงต้องทำอะไรบ้าง ต้องซ้อมยังไง ต้องแข่งยังไงในรายละเอียดต่างๆ
พออาจารย์ธนาพิพัฒน์ย้ายมาสอนที่โรงเรียนบดินทรเดชา อาจารย์ก็เลยดึงผมติดสอยห้อยตามเข้ามาช่วยเป็นผู้ควบคุมวงบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์ครับ

ช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสร้าง “บดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์” ให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง
ผมได้เข้ามาทำวงตั้งแต่ก่อนโควิด 19 แต่ก็ต้องหยุดไปในช่วงนั้น เนื่องจากการระบาดของโควิด19 ทำได้แค่เพียงแวะเข้ามาดูห้องดนตรี และเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์
พอโควิด 19 ซาลงก็เริ่มจริงจังอีกครั้ง จนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว จึงได้เริ่มพาน้อง ๆ ไปประกวดเป็นรายการแรก
ซึ่งผมก็ได้นำความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดทึ่มีมาสอนในน้อง ๆ ที่โรงเรียนบดินทร โดยเริ่มต้นจากศูนย์เลยก็ว่าได้

อะไรคือความยากในการทำวงบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์
อย่างที่บอกไปคือวงของเราเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง ทำอะไรโดยที่ไม่รู้อะไรเลย ลองผิดลองถูกไป น้อง ๆ หลาย ๆ คนก็มาเริ่มเล่นดนตรีที่วงเป็นครั้งแรก ก็ต้องสอนกันใหม่หมด
แต่ด้วยความที่น้อง ๆ ทุกคนมีพลัง มีความกระตือรือร้น มีความขยันในการซ้อม และมีระบบการซ้อมที่แข็งแรงที่รุ่นพี่รุ่นก่อน ๆ สร้างเอาไว้ ทำให้น้อง ๆ ค่อนข้างที่จะไปได้ไว

ผลงานอะไรบ้างที่ได้สร้างชื่อให้วงบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์ในช่วงที่ผ่านมา
ผลงานใน 4 ปีที่ผ่านมาเราได้เริ่มจากการแข่งคอนเสิร์ตประเภท Open Division ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ตอนนั้นเราได้รองชนะเลิศอันดับ 2
ซึ่งหลังจากนั้นรายการนี้ก็เริ่มมีวงมาประกวดเยอะขึ้น เราจึงไม่ประสบความสำเร็จในปีต่อมา
ก็เลยกลับมานั่งคุยกันว่าเราไปลองประกวดเดินบ้างไหม เหมือนที่พวกพี่ ๆ เขาเคยทำกัน
ในปีแรกก็ไปประกวดแบบไม่รู้อะไรเลย เพื่อหาประสบการณ์ ซึ่งน้อง ๆ ก็ชอบ และได้รางวัลติดมือมาเล็ก ๆ น้อยพอเป็นกำลังใจ
พอมาปีนี้ก็ได้ทุ่มเทมากขึ้น ทำให้เราคว้าที่ 2 ในการประกวดวงโยทวาทิตของกรมพลศึกษามาครอง เมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา
และได้สิทธิ์ไปแข่งชิงแชมป์โลกในรายการ World Association of Marching Show Bands ที่ประเทศอินโดนีเซียในปีนี้ และเม็กซิโกในปีหน้า

ตำแหน่งในวงบดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์ของโอ๊ตในเวลานี้คือ
ณ เวลานี้ ผมเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่มาช่วยคุมวงบดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์ครับ แบบมาด้วยใจไม่มีค่าตัว
โดยอาจารย์ธนาพิพัฒน์จะให้ค่ากินค่าเดินทางเล็กน้อย และหวังว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสบรรจุเข้ารับราขการครูที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เพราะอยากจะทำวงบดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์ต่อ ให้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ทิศทางของบดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
บอกเลยว่าเป็นการทำงานที่ยากมาก ๆ แต่ต้องให้เครดิตน้อง ๆ ที่ให้ความตั้งใจในการฝึกซ้อม โดยที่เราไม่ต้องบังคับเลย และทุก ๆ ครั้งที่น้อง ๆ เข้าประกวด น้องจะมีความก้าวกระโดดในความสามารถ จากปีแรกได้ที่ 8 จาก 13 วง ในปีนี้จาก 13 วง เราขึ้นเป็นที่ 2 ของประเทศ
ส่วนในเรื่องของการส่งต่อรุ่นต่อรุ่นเวลาที่มีรุ่นพี่ที่จบออกไป เราก็ไม่กลัวเพราะเราจะมีการวางแผนล่วงหน้า น้อง ๆ เขามีระบบและวิธีการสอนในแบบของบดินทรโดยเฉพาะ ให้รุ่นพี่สอนรุ่นน้อง และรุ่นพี่ก็จะหาเวลาไปซ้อมของตนเองเพิ่มเติม

การซ้อมไปแข่งที่อินโดนีเซียตอนนี้ไปถีงไหนแล้วครับ
สำหรับการแข่งขัน World Association of Marching Show Bands ที่ประเทศอินโดนีเซียที่เราจะไปแข่งกันในช่วงเดือนสิงหาคม
ตอนนี้เราได้วางแผนออกแบบโชว์ใหม่ และฝึกน้อง ๆ ใหม่ทั้งหมด เพราะเรามีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา และขนาดของสนามที่ไปแข่งก็เล็กกว่าที่เราแข่งในประเทศไทย
ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนการแสดงของเราให้เข้ากับสนามแข่งขัน และกติกาการแข่งขันด้วยครับ ซึ่งเราก็ได้เริ่มฝึกซ้อมแล้วครับในช่วงปิดเทอม

ความคาดหวังในการแข่งที่ประเทศอินโดนีเซียในครั้งนี้
จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนอกจากการทำเต็มที่ เพราะเป็นการแข่งระดับโลกในต่างประเทศครั้งแรกของทุกคนในวงรวมถึงตัวผมเองด้วย
ดังนั้นเพียงแค่การจัดการกับระบบการแข่งขัน และความตื่นเต้นของทุกคนให้ได้ ก็เก่งแล้วครับ ส่วนผลจะออกมาเช่นไรเราก็พอใจครับ
แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็แอบหวังลึกๆ ว่าอยากได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมาบ้างครับ
เป้าหมายสูงสุดที่ตั้งใจไว้ในตอนนี้กับวงบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์
เป้าหมายที่ผมคุยกับน้อง ๆ ไว้มี 2 อย่างครับ อย่างแรกคือ ทำให้วงบดินทรเดชามาร์ชิ่งแบนด์ได้กลับไปเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง และสร้างวงนี้ให้เป็นมาตรฐาน ที่ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนอยากมาเรียนต่อที่โรงเรียนบดินทรเดชา เพื่อเล่นในวงของเรา
อย่างที่ 2 ก็คือ อยากทำห้องเรียนเกี่ยวกับดนตรีโดยเฉพาะครับ เพื่อน้องๆ จะได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านดนตรีมากขึ้น และจะได้ทำให้วงของเราพัฒนาไปได้มากขึ้นกว่านี้ครับ

อยากฝากอะไรเกี่ยวกับบดินทรมาร์ชชิ่งแบนด์ถึงพี่น้อง “เด็กบดินทร” บ้างครับ
ผมขอฝากให้พี่ ๆ น้อง ๆ เด็กบดินทรช่วยเป็น “กำลังใจ“ ให้น้อง ๆ ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่อินโดนีเซีย ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ด้วยครับ
น้อง ๆ ซ้อมกันหนักมาก ๆ และมีความตั้งใจที่อยากจะคว้าชัยชนะเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนบดินทรเดชา เหมือนกับที่พี่ ๆ นักเรียนเก่าเคยได้สร้างไว้ และทำให้วงโยธวาทิตของบดินทรเดชากลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม

และถ้าพี่ ๆ ท่านใดอยากสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องดนตรี ชุดยูนิฟอร์ม อาหาร น้ำดื่ม หรือเป็นสปอนเซอร์ให้น้องๆ วงบดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์ในการไปแข่งขันในรายการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็มามารถติดต่อได้นะครับ
ถึงแม้ว่าตัวของ “โอ๊ต” นายดุษฎี แปลงศรี จะไม่ได้จบจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แต่จากสิ่งที่เขาสร้างให้กับ “บดินทรเดชามาร์ชชิ่งแบนด์” นั้นบอกได้เลยว่าใจของเขานั้นเป็นเด็กบดินทรเกิน 100%
